|

กำพวนเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ รอบนอกเมืองหนึ่ง มีการประกาศตั้งเป็นหัวเมือง 12 นักษัตร ในสมัยพระเจ้าจันทร์ภานุ พ.ศ. 1779 โดยเมื่อก่อนนั้นได้มีชาวอาหรับเปอร์เซีย มาตั้งชุมชนอยู่ที่บนควนต้นท่อม(ปัจจุบัน เรียกว่าภูเขาทอง) และควนชี ปัจจุบันอยู่ในเขตบางกล้วยนอก ตำบลนาคา ได้มีการทำลูกปัด และทำทอง นำไปขายตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อประมาณ 700 กว่าปีที่แล้ว สภาพพื้นที่ทางธรรมชาติในอดีตในพื้นที่เป็นชุมชนในปัจจุบัน เมื่ออดีตเป็นทะเล ซึ่งเมื่อชุมชนขยายขึ้นไม่มีพื้นที่ๆจะทำมาหากิน ที่อยู่อาศัย และประกอบกับมรสุมทางทะเล เมื่ออดีตลำบาก ต่อการตั้งถิ่นฐานให้ถาวร จึงมีการละทิ้งชุมชนไปอยู่ที่ใดไม่ปรากฏเป็นที่ชัดเจน มีผู้เฒ่าบางท่านเล่าว่า ถูกโรคห่าระบาดหนักทำให้ล้มหายตายจากจนหมดชุมชน
|
| |
|
เมื่อประมาณสมัยธนบุรี ได้มีการตั้งเมืองขึ้นมาใหม่โดยมีคนมาจากเมืองจาม (กัมพูชา) ได้หนีภัยสงครามมาตั้งชุมชนอยู่ ที่บ้านทะเลนอก 2 ครอบครัว และปลายที่คลองใหญ่ 2 ครอบครัว (ท่านผู้เฒ่าเล่าว่าต้นตระกูลนี้เป็นลูกหลานของขุนบางกลางหาว)และอยู่มาได้มีลูกหลานสืบทอด จนมีหลายครัวเรือน และได้แยกย้ายไปตั้งชุมชนใหม่ที่บ้านกำพวนและที่บ้านนาคาปัจจุบัน
|
|
การจัดการการปกครอง
เมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการจัดตั้ง แบ่งแยกเขตเป็นหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน ชุมชนที่อยู่ ปลายคลองใหญ่ใช้ชื่อว่าบ้านนาคา มีผู้เฒ่าเล่าว่า (นางโสม สาลี) มีครอบครัวหนึ่งได้เข้ามาอยู่ใหม่ โดยพาหนีกันมา ฝ่ายผู้ชายเป็นคนชาวเมืองเซียก (อยู่ในฝรั่งเศส) ผู้หญิงเป็นหลานเจ้าเมืองลาว ได้มาอาศัยอยู่กับชุมชนปลายคลองใหญ่ ได้เกิดลูกฝาแฝด 1 คู่ พี่เป็นงู (นาค) คนน้องเป็นผู้หญิงมีขี้เรื้อนขึ้นตามตัว เมื่องูตัวพี่ได้เติบโตขึ้นมาและให้ฝันแม่เขาว่า ให้เลี้ยงเขาในอ่างใบใหญ่และใส่น้ำให้ด้วยและให้ข้าวตอก เป็นอาหารให้เขากิน แม่ก็ทำตามและเขาก็รักษาโรคขี้เรื้อนของน้องสาวจนหาย ด้วยการออกจากอ่างน้ำ มาเลียทุกวันจนหายขาด และอยู่มาประมาณ 2 ปี งูก็ตัวโตขึ้นมากจนไม่มีอ่างให้อยู่ และได้เข้าฝันแม่เข้าว่า ให้เอาเขาไปปล่อยลงทะเล เพราะเขาจะใหญ่โตขึ้นทุกวัน และไม่อาจอยู่กับพี่น้องได้ และจะทำให้ทุกคนกลัว และพ่อแม่เขาก็เอาไปที่ทะเล ในคลองบางคลักอยู่ที่นาคาปัจจุบัน อยู่มาไม่นานก็เข้าฝันพ่อเขาว่าให้เอาข้าวตอกและขนมขาว ขนมแดง ไปหว่านในลำคลองในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เขาจะมาขึ้นมากิน และถ้าใครออกเรือโดนลมคลื่น จนเกิดเหตุร้ายในทะเลให้เอ่ยชื่อเขาแล้ว เขามาช่วยส่งขึ้นฝั่งให้ปลอดภัย เหตุการณ์นี้มีจริง เมื่อประมาณ 50 ปี ที่ผ่านมา (นางโสม สาลี เล่าให้ฟังเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา) นี่คือที่มาของบ้านนาคา (สมัยก่อนจะเรียกว่า บ้านโต๊ะนาคราช)
|
| |
|
ชุมชนบ้านกำพวน
ตั้งอยู่ที่บ้านทะเลนอก ได้ชื่อว่าบ้านกำพวน เพราะมีหวายชนิดหนึ่ง ชื่อว่าหวายกำพวน ขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงตกลงความเห็นกันว่าให้ใช้ชื่อว่า บ้านกำพวน และอยู่มาประมาณ 200 ปี ที่ผ่านมา ได้มีการย้ายถิ่นฐานจากทะเลนอกมาอยู่บ้านเหนือ และบ้านใต้ประมาณ 10 ครัวเรือน อยู่ที่ริมฝั่งคลอง ที่ตั้งสะพานคลองกำพวน (ปัจจุบัน) ฝั่งบ้านเหนือปลูกต้นมะม่วง เป็นสัญลักษณ์การตั้งบ้าน ฝั่งบ้านใต้ปลูกต้นมะค่า เป็นสัญลักษณ์การตั้งบ้านต้นไม้ทั้ง 2 ต้นใหญ่โตมากโตกว่าต้นไม้ทุกชนิดที่มีอยู่ในชุมชน แต่น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ถูกโค่นขายเมื่อปี พ.ศ 2514 มีผู้เฒ่าคนหนึ่งชื่อ นางช้อง ได้ห้ามไม่ให้โค่นท่านบอกว่าเป็นไม้คู่บ้านคู่เมือง ทำลายแล้วบ้านเมืองจะอยู่ไม่เป็นสุข ปรากฏการเหมือนอย่างที่ท่านพูดไว้ นี่คือที่มาของบ้านกำพวน อาชีพที่สร้างรายได้เมื่อสมัยก่อน คือ ทำโป๊ะจับปลา ทำปลาแห้งไปขายที่ตลาดตะกั่วป่า
|
| นายบ้านปกครอง 2 ท่านคือ
1. ท่านขุนนริน ปกครองบ้านกำพวน
2. ท่านขุนณรงค์ ปกครองนาคา (นาคราช)
อยู่มาเมื่อมีการปกครองท้องถิ่นเกิดขึ้น บ้านนาคาก็แยกเป็นตำบลนาคา ส่วนบ้านกำพวนก็แยกเป็นตำบลกำพวน และทางการได้แต่งตั้งให้คุณหลวงนริน และได้ใช้นามสกุลว่ากำพวน เป็นกำนันของตำบลกำพวน ส่วนตำบลนาคา ได้แต่งตั้งให้ท่านขุนณรงค์ เป็นกำนันตำบลนาคา ตามคำบอกเล่าของ (นางโสม สาลี)
- ครูคนแรกของตำบล คือ คุณครูเขื่อม บุญพฤกษ์ ย้ายมาจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี
- โรงเรียนแห่งแรก คือ โรงเรียนประชาบาลตำบลกำพวน 1 เดิมตั้งอยู่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หมู่ที่ 2 บ้านเหนือ จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2464 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาตำบลกำพวนได้แยกเป็นหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านคือ
1. หมู่ที่ 1 บ้านทะเลนอก
2. หมู่ที่ 2 บ้านเหนือ
3. หมู่ที่ 3 บ้านใต้
เมื่อประมาณ ปี 45 ปีที่ผ่านมา ชุมชนได้ขยายที่อยู่อาศัยสร้างหมู่บ้านขึ้นอีกครั้งหนึ่งเรียกว่า บ้านบางกล้วยใน (ปัจจุบันภูเขาทอง) และได้แยกหมู่บ้านเป็นหมู่ที่ 4 บ้านบางกล้วยใน เมื่อเปลี่ยนผู้ใหญ่บ้าน นายส้าเหรบ เรียบร้อย มาเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ตั้งชื่อใหม่ว่า ภูเขาทอง และต่อมาหมู่ 2 ได้แบ่งแยกการปกครองขึ้นอีกเป็น 1 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 5 บ้านสุขสำราญ และหมู่ที่ 3 ได้แยกการปกครองหมู่บ้าน เป็นหมู่ที่ 6 บ้านโตนกลอย เมื่อปี 2545 ที่ผ่านมา
|