ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา
22 กันยายน 2569

2


             กำพวนเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ    รอบนอกเมืองหนึ่ง  มีการประกาศตั้งเป็นหัวเมือง    12 นักษัตร  ในสมัยพระเจ้าจันทร์ภานุ   พ.ศ. 1779 โดยเมื่อก่อนนั้นได้มีชาวอาหรับเปอร์เซีย มาตั้งชุมชนอยู่ที่บนควนต้นท่อม(ปัจจุบัน  เรียกว่าภูเขาทอง) และควนชี ปัจจุบันอยู่ในเขตบางกล้วยนอก ตำบลนาคา ได้มีการทำลูกปัด  และทำทอง นำไปขายตามหัวเมืองต่างๆ   เมื่อประมาณ 700 กว่าปีที่แล้ว   สภาพพื้นที่ทางธรรมชาติในอดีตในพื้นที่เป็นชุมชนในปัจจุบัน เมื่ออดีตเป็นทะเล ซึ่งเมื่อชุมชนขยายขึ้นไม่มีพื้นที่ๆจะทำมาหากิน   ที่อยู่อาศัย และประกอบกับมรสุมทางทะเล เมื่ออดีตลำบาก ต่อการตั้งถิ่นฐานให้ถาวร   จึงมีการละทิ้งชุมชนไปอยู่ที่ใดไม่ปรากฏเป็นที่ชัดเจน    มีผู้เฒ่าบางท่านเล่าว่า    ถูกโรคห่าระบาดหนักทำให้ล้มหายตายจากจนหมดชุมชน  

 

           เมื่อประมาณสมัยธนบุรี  ได้มีการตั้งเมืองขึ้นมาใหม่โดยมีคนมาจากเมืองจาม (กัมพูชา)       ได้หนีภัยสงครามมาตั้งชุมชนอยู่ ที่บ้านทะเลนอก 2 ครอบครัว และปลายที่คลองใหญ่ 2  ครอบครัว     (ท่านผู้เฒ่าเล่าว่าต้นตระกูลนี้เป็นลูกหลานของขุนบางกลางหาว)และอยู่มาได้มีลูกหลานสืบทอด  จนมีหลายครัวเรือน และได้แยกย้ายไปตั้งชุมชนใหม่ที่บ้านกำพวนและที่บ้านนาคาปัจจุบัน

          การจัดการการปกครอง
             เมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการจัดตั้ง แบ่งแยกเขตเป็นหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน ชุมชนที่อยู่     ปลายคลองใหญ่ใช้ชื่อว่าบ้านนาคา มีผู้เฒ่าเล่าว่า (นางโสม สาลี) มีครอบครัวหนึ่งได้เข้ามาอยู่ใหม่  โดยพาหนีกันมา ฝ่ายผู้ชายเป็นคนชาวเมืองเซียก (อยู่ในฝรั่งเศส) ผู้หญิงเป็นหลานเจ้าเมืองลาว ได้มาอาศัยอยู่กับชุมชนปลายคลองใหญ่  ได้เกิดลูกฝาแฝด 1 คู่ พี่เป็นงู (นาค) คนน้องเป็นผู้หญิงมีขี้เรื้อนขึ้นตามตัว เมื่องูตัวพี่ได้เติบโตขึ้นมาและให้ฝันแม่เขาว่า ให้เลี้ยงเขาในอ่างใบใหญ่และใส่น้ำให้ด้วยและให้ข้าวตอก เป็นอาหารให้เขากิน   แม่ก็ทำตามและเขาก็รักษาโรคขี้เรื้อนของน้องสาวจนหาย     ด้วยการออกจากอ่างน้ำ     มาเลียทุกวันจนหายขาด และอยู่มาประมาณ 2 ปี   งูก็ตัวโตขึ้นมากจนไม่มีอ่างให้อยู่ และได้เข้าฝันแม่เข้าว่า ให้เอาเขาไปปล่อยลงทะเล เพราะเขาจะใหญ่โตขึ้นทุกวัน และไม่อาจอยู่กับพี่น้องได้ และจะทำให้ทุกคนกลัว และพ่อแม่เขาก็เอาไปที่ทะเล ในคลองบางคลักอยู่ที่นาคาปัจจุบัน     อยู่มาไม่นานก็เข้าฝันพ่อเขาว่าให้เอาข้าวตอกและขนมขาว  ขนมแดง ไปหว่านในลำคลองในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เขาจะมาขึ้นมากิน   และถ้าใครออกเรือโดนลมคลื่น  จนเกิดเหตุร้ายในทะเลให้เอ่ยชื่อเขาแล้ว เขามาช่วยส่งขึ้นฝั่งให้ปลอดภัย เหตุการณ์นี้มีจริง  เมื่อประมาณ    50 ปี   ที่ผ่านมา  (นางโสม สาลี เล่าให้ฟังเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา) นี่คือที่มาของบ้านนาคา (สมัยก่อนจะเรียกว่า  บ้านโต๊ะนาคราช) 

 

         ชุมชนบ้านกำพวน  
                     ตั้งอยู่ที่บ้านทะเลนอก ได้ชื่อว่าบ้านกำพวน  เพราะมีหวายชนิดหนึ่ง ชื่อว่าหวายกำพวน ขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงตกลงความเห็นกันว่าให้ใช้ชื่อว่า  บ้านกำพวน และอยู่มาประมาณ 200 ปี  ที่ผ่านมา ได้มีการย้ายถิ่นฐานจากทะเลนอกมาอยู่บ้านเหนือ และบ้านใต้ประมาณ 10 ครัวเรือน อยู่ที่ริมฝั่งคลอง    ที่ตั้งสะพานคลองกำพวน (ปัจจุบัน)     ฝั่งบ้านเหนือปลูกต้นมะม่วง เป็นสัญลักษณ์การตั้งบ้าน  ฝั่งบ้านใต้ปลูกต้นมะค่า     เป็นสัญลักษณ์การตั้งบ้านต้นไม้ทั้ง 2 ต้นใหญ่โตมากโตกว่าต้นไม้ทุกชนิดที่มีอยู่ในชุมชน      แต่น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์    ถูกโค่นขายเมื่อปี พ.ศ 2514 มีผู้เฒ่าคนหนึ่งชื่อ นางช้อง ได้ห้ามไม่ให้โค่นท่านบอกว่าเป็นไม้คู่บ้านคู่เมือง ทำลายแล้วบ้านเมืองจะอยู่ไม่เป็นสุข ปรากฏการเหมือนอย่างที่ท่านพูดไว้ นี่คือที่มาของบ้านกำพวน อาชีพที่สร้างรายได้เมื่อสมัยก่อน คือ ทำโป๊ะจับปลา ทำปลาแห้งไปขายที่ตลาดตะกั่วป่า  

         นายบ้านปกครอง  2 ท่านคือ

1. ท่านขุนนริน ปกครองบ้านกำพวน
2. ท่านขุนณรงค์ ปกครองนาคา (นาคราช)
อยู่มาเมื่อมีการปกครองท้องถิ่นเกิดขึ้น บ้านนาคาก็แยกเป็นตำบลนาคา  ส่วนบ้านกำพวนก็แยกเป็นตำบลกำพวน  และทางการได้แต่งตั้งให้คุณหลวงนริน   และได้ใช้นามสกุลว่ากำพวน  เป็นกำนันของตำบลกำพวน   ส่วนตำบลนาคา ได้แต่งตั้งให้ท่านขุนณรงค์    เป็นกำนันตำบลนาคา ตามคำบอกเล่าของ (นางโสม สาลี)                                                                            
-   ครูคนแรกของตำบล คือ คุณครูเขื่อม บุญพฤกษ์ ย้ายมาจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี     
-   โรงเรียนแห่งแรก คือ โรงเรียนประชาบาลตำบลกำพวน 1 เดิมตั้งอยู่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก    หมู่ที่ 2 บ้านเหนือ จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2464 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว       ต่อมาตำบลกำพวนได้แยกเป็นหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านคือ   
  1. หมู่ที่ 1 บ้านทะเลนอก
  2. หมู่ที่ 2 บ้านเหนือ 
  3. หมู่ที่ 3 บ้านใต้   
    เมื่อประมาณ ปี 45 ปีที่ผ่านมา   ชุมชนได้ขยายที่อยู่อาศัยสร้างหมู่บ้านขึ้นอีกครั้งหนึ่งเรียกว่า บ้านบางกล้วยใน (ปัจจุบันภูเขาทอง) และได้แยกหมู่บ้านเป็นหมู่ที่ 4 บ้านบางกล้วยใน เมื่อเปลี่ยนผู้ใหญ่บ้าน  นายส้าเหรบ เรียบร้อย มาเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ตั้งชื่อใหม่ว่า ภูเขาทอง   และต่อมาหมู่ 2  ได้แบ่งแยกการปกครองขึ้นอีกเป็น   1 หมู่บ้านคือ   หมู่ที่ 5 บ้านสุขสำราญ   และหมู่ที่ 3 ได้แยกการปกครองหมู่บ้าน  เป็นหมู่ที่  6  บ้านโตนกลอย    เมื่อปี   2545   ที่ผ่านมา

แผนผัง เว็บไซต์
mascot